ภาษาคอมพิวเตอร์

เรียนภาษาอังกฤษให้เก่ง หรือฝึกโค้ดดิ้งก่อนดีกว่ากัน (ตอนที่ 1)

สำหรับในยุคที่มีแรงงานตกงานมากมายทั่วโลก อุตสาหกรรมต่างๆ รวมไปถึงโรงงานขนาดเล็ก ก็ต่างพากันนำเครื่องจักรเข้ามาสู่ระบบสายพานการผลิต ในแต่ละวันมีคนงานที่จะต้องตกงานกันอยู่มากมาย ถ้าเกิดคุณมาอยู่ในจุดที่จะต้องเลือกระหว่างการเรียนภาษาอังกฤษ หรือภาษาที่ 3  กับการเรียนโค้ดดิ้ง เพื่อไปควบคุมเครื่องจักร ซึ่งเป็นสาขาที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน จะเลือกอะไรดี

โค้ดดิ้ง เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อว่าอีกไม่นาน ก็จะก้าวเป็นภาษาสากลในโลกปัจจุบัน นักศึกษารุ่นใหม่ๆจะต้องรู้จักกับการโค้ดดิ้งกันทุกคน ถึงจะมีสิทธิ์เอาตัวรอด ในยุคที่หุ่นยนต์มาทำงานแทนมนุษย์ ในอีกไม่น่าจะเกิน 20 ปีข้างหน้านี้

CEO Apple สนับสนุนเรียน Coding

ทิม คุก CEO ของ Apple  ก็ได้ให้สัมภาษณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า

“ในอนาคต จะมีคนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ มากกว่าคนรู้ภาษาอังกฤษเสียอีก”

นอกจากนี้เขายังได้กล่าวเพิ่มเติมต่อไปอีกว่า

“ในปัจจุบัน ผู้คนต่างซื้อของ แทบจะทุกอย่างในชีวิต อ่านทางอินเตอร์เน็ต แล้วก็มีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆซะด้วย อุตสาหกรรมเอง ก็พยายามปรับตัว และพัฒนาสินค้าด้านเทคโนโลยี ใส่เข้าไปในผลิตภัณฑ์ของตน ในปัจจุบัน ประเทศอเมริกามีเหล่านายจ้าง ที่เริ่มเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่าการโค้ดดิ้ง กันมากขึ้น รวมถึงยังมีความต้องการในการจ้างงาน คนที่มีความรู้ความสามารถทางด้านภาษาคอมพิวเตอร์ ได้เงินเดือนผลตอบแทนที่สูงมากเป็นลำดับต้นๆ ของรายงานที่จ้างทั้งหมดอีกด้วย”

เอสโตเนีย หลุดพ้นจากความจนด้วยโค้ดดิ้ง

เอสโตเนีย-ภาษาคอมพาพ้นจน

ประเทศเอสโตเนีย เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ว่าการเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ จะช่วยให้ประเทศชาติหลุดพ้นจากความจนได้

เอสโตเนีย เพิ่งจะได้รับเอกราช เมื่อปี 1989  หรือประมาณ  26 ปีที่แล้วเท่านั้นเอง จากเคยเป็นประเทศที่ยากจนที่สุด ประชาชนไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์ให้ใช้ ทั้งประเทศอยู่ใต้เส้นความยากจนมากกว่า 70% แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของทางรัฐบาล ร่วมกับ โทมัส เฮนดริก ไอฟส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ที่เล็งเห็นและมองการณ์ไกล ว่าภาษาคอมพิวเตอร์ จะมีความสำคัญอย่างมากในอนาคต และจะทำให้ประเทศชาติหลีกหนีความจนได้

ดังนั้นจึงเกิดเป็นนโยบาย TIIGRIHUPE โดยเริ่มขึ้นในปี 1996  เอสโตเนียเริ่มจัดให้มีการเรียนการสอน วิชาคอมพิวเตอร์และการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในโรงเรียนทุกแห่งของประเทศ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล และเริ่มต้นนำอินเตอร์เน็ตไฟเบอร์ใยแก้ว ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ในสมัยนั้น เข้ามาใช้ในประเทศ ให้คนในประเทศได้มีอินเตอร์เน็ตใช้กันแบบทั่วทุกพื้นที่ตารางนิ้วกันเลย

ไม่ถึง 10 ปี เอสโตเนียก็เปลี่ยนไป

และเพียงไม่ถึง 10 ปี หลังจากปฏิบัติการพยัคทะยาน ประเทศเอสโตเนียก็ได้ผลิตโปรแกรมเมอร์ออกมาในตลาดโลกมากมาย คุณอาจจะเคยยื่นโปรแกรม skype  ซึ่งนั่นก็เกิดจากฝีมือของชาวเอสโตเนีย ที่เป็นผลพลอยได้จากปฏิบัติการพยัคฆ์ทะยานนั้นเอง

ปัจจุบัน ประเทศเอสโตเนีย จัดอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว มีคุณภาพชีวิตที่ดี มี GDP สูงกว่า 15%  รายได้ส่วนใหญ่ มาจากสินค้าไฮเทค และสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยี เป็นประเทศที่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก ซึ่งต้องบอกว่า ทั้งหมดเกิดจากวิสัยทัศน์ และการบริหารของทางฝ่ายรัฐบาล ที่เล็งเห็นความสำคัญของการโค้ดดิ้ง และการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จนทำให้ประเทศชาติหลุดพ้นจากความยากจนได้ในเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 20 ปีเท่านั้น ปัจจุบัน เอสโตเนียได้ใช้ระบบ BlockChain มาใช้แทบจะเต็มรูปแบบ กล่าวคือบริการของรัฐทั้งหมดกว่า 90% จะอยู่ภายใต้ระบบออนไลน์ (อ่านต่อที่นี่) และเป็นชาติแรก ๆ ที่นำ Blockchain มาใช้ในโลก ซึ่งก็ถือเป็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนน่าจะเอาเป็นแบบอย่างเสียจริง ๆ

อ่านต่อ เรียนภาษาอังกฤษให้เก่ง หรือฝึกโค้ดดิ้งก่อนดีกว่ากัน (ตอนที่ 2)

 

 

 

Post Author: arvinblog