เรียนภาษาอังกฤษต่างประเทศ

ไปเรียนภาษาต่างประเทศยังไงให้ได้ภาษากลับมาจริงๆ

เชื่อว่าหลายคน อาจจะมีเป้าหมายว่า อยากจะไปเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนระหว่างปิดภาคเรียน หรือว่าจะเป็นการไปเรียนและอาศัยแบบระยะยาวกันไปเลย ซึ่งสิ่งสำคัญที่ควรจะนำมาคิด ก่อนที่จะไปเรียนที่ต่างประเทศ ก็คือว่าจะทำยังไง ให้ได้ประโยชน์ จากการไปเรียนภาษา ที่ต่างประเทศมากที่สุด ให้คุ้มกับค่าเงินที่ต้องเสียไปเป็นจำนวนมาก

1. เลือกเดินทางคนเดียวดีที่สุด

ถ้ามีเป้าหมายแล้วก็ต้องไปสุด เวลาที่เราจะเดินทางไปที่ต่างประเทศ และมีความมุ่งมั่นที่จะไปฝึกภาษา และนำภาษาอังกฤษกลับมาพัฒนาตัวเอง สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญก็คือ การเลือกเดินทางไปคนเดียว หลายคนที่ไปเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประเทศ ได้ผลไม่ดีเท่าที่ควรนัก ก็เพราะว่าเลือกที่จะไปกับเพื่อน ที่เป็นคนไทยด้วยกัน ทำให้มีโอกาสในการพูดภาษาอังกฤษน้อย จะว่าไปก็เหมือนไปท่องเที่ยว เสียมากกว่า ในการไปเรียนภาษาอังกฤษแบบไม่มีเพื่อนไปนั้น จะช่วยให้ทักษะภาษาอังกฤษพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว เพราะคุณจะต้องเจอปัญหา และต้องแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ต้องพยายามที่จะติดต่อสื่อสารกับชาวต่างชาติด้วยภาษาอังกฤษ นั่นจึงทำให้การเลือกเดินทางเพียงคนเดียว เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ในการไปเรียนภาษาอังกฤษต่างประเทศ

2. หาเพื่อนชาวต่างชาติ

สร้างเพื่อน-เพื่อการเรียนภาษาอังกฤษที่ดี

ในกรณีที่คุณจำเป็นต้องไปกับเพื่อนคนไทยด้วยกัน ให้คุณลองพยายามที่จะหาเพื่อนที่เป็นชาวต่างชาติ ทำความรู้จักและสนิทสนมให้ได้ เพราะว่าจะทำให้คุณได้ใช้ทักษะภาษาอังกฤษทุกวัน ได้ฝึกพูด ฝึกฟัง และเพื่อนของคุณก็จะช่วยปรับคำที่คุณยังออกเสียงผิด รวมถึง ยังทำให้ได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่มักจะใช้กันในชีวิตประจำวัน ซึ่งคุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้

3. หางาน Part Time ทำ

แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในการไปเรียนที่ต่างประเทศค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ดังนั้นในการที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ ก็คือการออกไปหางาน Part Time ทำ ซึ่งเดี๋ยวนี้ ตามร้านหรือมินิมาร์ทต่างๆ ก็เปิดรับให้ชาวต่างชาติได้ทำงานพาร์ทไทม์กันมากขึ้น ข้อดีของการไปทำงานพิเศษ เพื่อที่จะทำให้คุณได้ติดต่อสื่อสารภาษาอังกฤษ เป็นการฝึกพูดภาษาอังกฤษ ที่ได้รายได้กับมาด้วย

4. อย่าอยู่คนเดียว

มีโอกาสไปเรียนที่ต่างประเทศทั้งที ก็ต้องใช้ชีวิตให้มันคุ้มหน่อย จะมามัวกระจุกอยู่ในห้องเงียบๆ และนั่งอ่านหนังสือไปวันๆ ก็คงไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่จริงไหมล่ะครับ ลองเปลี่ยนตัวเองออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนฝูงบ้าง ได้รู้จักผู้คน นอกจากนี้ยังทำให้คุณได้ใช้ภาษาอังกฤษ ได้หัดฟังสำเนียง โดยเฉพาะ ในโรงเรียนที่มีเพื่อนชาวต่างชาติที่มาจากหลากหลายภาษา หลากหลายพื้นที่ คุณก็จะได้รับฟังสำเนียงอังกฤษจากคนหลายๆชาติ ก็เป็นการฝึกทักษะการฟังได้เป็นอย่างดีด้วย

5. อย่าลืมความมุ่งมั่น

ในการใช้ชีวิตที่ต่างประเทศด้วยตัวคนเดียว อาจจะมีทั้งเหงา อย่าท้อแท้ จนทำให้คุณอยากกลับบ้านก็เป็นได้ ถ้าถึงวันนั้น ให้ลองนึกถึง ความมุ่งมั่นของตัวคุณเอง ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกไปเรียนต่างประเทศ แล้วพยายามไปต่อให้สุด ซึ่งต้องบอกเลยว่า ถ้าคุณได้ภาษาอังกฤษกับมาอย่างที่คุณตั้งใจจริงๆ เมื่อกลับมาไทยแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องลำบากเลย ดังนั้นแล้ว ก็ต้องพยายามนึกว่าความตั้งใจ และเป้าหมายกันไว้ด้วยนะครับ

 

ภาษาอังกฤษ-ความสำคัญ

เรียนภาษาอังกฤษให้เก่ง หรือฝึกโค้ดดิ้งก่อนดีกว่ากัน (ตอนที่ 2)

ประเทศไทยกับการเรียนเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

ถึงเราจะทราบดีว่า การเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ หรือการโค้ดดิ้ง มีประโยชน์มากแค่ไหนก็ตาม แต่สำหรับการเรียนการสอนในประเทศไทยแล้ว คงต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ยิ่งคุณอยู่ห่างไกลความเจริญมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะมีครูสอนคอมพิวเตอร์ดีๆ ก็มีน้อยลงมากขึ้นเท่านั้น คุณอาจจะต้องหาความรู้ด้วยตัวเอง ทั้งจากทางอินเตอร์เน็ต หรือโรงเรียนตามคอร์สเรียนต่างๆ ซึ่งก็จะมีราคาสูง

สำหรับผู้เขียนแล้ว เชื่อว่าถึงแม้การเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ จะมีความสำคัญมากขึ้น และมีความจำเป็นต่อการประกอบอาชีพในวันข้างหน้าเป็นอย่างมากก็ตาม แต่ด้วยฐานความรู้ และแรงจูงใจให้คนที่เก่งคอมพิวเตอร์มาเป็นอาจารย์สอน ตั้งแต่ระดับประถม มัธยม ในประเทศเราถือว่ามีน้อยมาก และในการเรียนโค้ดดิ้งด้วยตัวเอง ก็ยังไม่มีเว็บไซต์เผยแพร่บทความด้านการเขียนโปรแกรม ตั้งแต่พื้นฐาน จนถึงระดับสูง ที่เป็นภาษาไทย สักเท่าไหร่นัก ดังนั้นแล้ว ในการหาความรู้ เครื่องศึกษาการเรียนเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในระดับประถมถึงมัธยม จึงจำเป็นจะต้องมีภาษาอังกฤษ เป็นตัวช่วยเชื่อมความรู้ ต่อยอดศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมหรืออื่นได้

ภาษาที่ 3 ยังมีความสำคัญอยู่

ภาษาญี่ปุ่น

ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเรียนการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ เด็กๆบางคน ก็ชอบที่จะเรียนภาษา มากกว่าการเรียนคำนวณ ซึ่งสำหรับเด็กกลุ่มนี้ เชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว วิธีการที่จะทำให้ มีความมั่นคงในอาชีพในวันข้างหน้า ก็คงไม่พ้นการพยายามศึกษาภาษาที่ 3 เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงาน มีโอกาสได้ทำงานกับบริษัทข้ามชาติ ในส่วนภาษาที่นิยม และยังคงมีความสำคัญสูง ในปัจจุบันก็คงไม่พ้น ภาษาจีน และภาษาญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองภาษานี้ จัดว่าเป็นภาษาที่ 3  ที่มีผู้คนเรียนมากที่สุดในโลก

นอกจากนี้ ยังสามารถรับงานแปลเอกสาร โดยเฉพาะในส่วนของภาษาญี่ปุ่น และภาษาจีน ที่ถึงแม้จะมีผู้เรียนเป็นจำนวนเยอะมาก แต่ก็มีคนที่มีความรู้ความสามารถ พอที่จะแปลเอกสาร หรือแปลงานออกมาให้ดีได้ ซึ่งราคาค่าแปลเอกสารภาษาญี่ปุ่นและภาษาจีนก็ไม่ใช่น้อยเลย โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณหน้าละ 500 บาทขึ้นไป (จากราคาเว็บไซต์ศูนย์แปลเอกสารทั่วไป) ซึ่งสำหรับคนที่เก่งในภาษาจีนและญี่ปุ่น ก็จะทำให้สามารถหารายได้เสริมในช่วงหลังเลิกงาน โดยมีรายได้ไม่ใช่น้อย ๆ เลย

หลายบริษัทให้เงินเดือนเพิ่ม ถ้าสกิลภาษาดี

ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีหลายบริษัท ที่คัดคนเข้าทำงาน โดยการสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้นแล้วไม่ว่าคุณจะเรียนสาขาอะไรก็ตาม ก็ควรมีความรู้ภาษาอังกฤษติดตัวไว้บ้าง อย่างน้อย ถ้าพูดได้พอที่จะสอบสัมภาษณ์ รู้เรื่อง ฟังเข้าใจ และตอบโต้ได้ ก็เท่ากับว่าเป็นการเพิ่มโอกาสในการสมัครงานให้กับตัวเองเป็นอย่างที่สุด นอกจากนี้ ในหลายๆบริษัท ก็ยังมีโบนัสพิเศษ เพิ่มให้สำหรับผู้ที่มีสกิลภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น และภาษาจีน ซึ่งบางทีก็มีเงินเดือนเพิ่มให้ถึงเดือนละ 4 ถึง 5,000 บาท กันเลยทีเดียว

ดังนั้นแล้วถ้าคุณเป็นคนไม่ชอบการคำนวณ ไม่อยากนั่งใช้สายตาหน้าจอคอมทั้งวัน ทางออกที่จะทำให้วันข้างหน้า ยังพอที่จะหางานทำได้ง่าย ก็คือในเรื่องของภาษา นอกจากภาษาอังกฤษที่ควรจะฝึกฝนอยู่เป็นประจำ จนถึงระดับเซียนแล้ว ถ้ามีเวลาว่าง ก็ควรจะศึกษาภาษาที่สาม ภาษาที่สี่  ติดตัวไว้ด้วย ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการหางานทำ และมีโอกาสได้รับเงินเดือนดี ๆ ค่าตอบแทนสูงอีกด้วย

 

 

ภาษาคอมพิวเตอร์

เรียนภาษาอังกฤษให้เก่ง หรือฝึกโค้ดดิ้งก่อนดีกว่ากัน (ตอนที่ 1)

สำหรับในยุคที่มีแรงงานตกงานมากมายทั่วโลก อุตสาหกรรมต่างๆ รวมไปถึงโรงงานขนาดเล็ก ก็ต่างพากันนำเครื่องจักรเข้ามาสู่ระบบสายพานการผลิต ในแต่ละวันมีคนงานที่จะต้องตกงานกันอยู่มากมาย ถ้าเกิดคุณมาอยู่ในจุดที่จะต้องเลือกระหว่างการเรียนภาษาอังกฤษ หรือภาษาที่ 3  กับการเรียนโค้ดดิ้ง เพื่อไปควบคุมเครื่องจักร ซึ่งเป็นสาขาที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน จะเลือกอะไรดี

โค้ดดิ้ง เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อว่าอีกไม่นาน ก็จะก้าวเป็นภาษาสากลในโลกปัจจุบัน นักศึกษารุ่นใหม่ๆจะต้องรู้จักกับการโค้ดดิ้งกันทุกคน ถึงจะมีสิทธิ์เอาตัวรอด ในยุคที่หุ่นยนต์มาทำงานแทนมนุษย์ ในอีกไม่น่าจะเกิน 20 ปีข้างหน้านี้

CEO Apple สนับสนุนเรียน Coding

ทิม คุก CEO ของ Apple  ก็ได้ให้สัมภาษณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า

“ในอนาคต จะมีคนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ มากกว่าคนรู้ภาษาอังกฤษเสียอีก”

นอกจากนี้เขายังได้กล่าวเพิ่มเติมต่อไปอีกว่า

“ในปัจจุบัน ผู้คนต่างซื้อของ แทบจะทุกอย่างในชีวิต อ่านทางอินเตอร์เน็ต แล้วก็มีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆซะด้วย อุตสาหกรรมเอง ก็พยายามปรับตัว และพัฒนาสินค้าด้านเทคโนโลยี ใส่เข้าไปในผลิตภัณฑ์ของตน ในปัจจุบัน ประเทศอเมริกามีเหล่านายจ้าง ที่เริ่มเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่าการโค้ดดิ้ง กันมากขึ้น รวมถึงยังมีความต้องการในการจ้างงาน คนที่มีความรู้ความสามารถทางด้านภาษาคอมพิวเตอร์ ได้เงินเดือนผลตอบแทนที่สูงมากเป็นลำดับต้นๆ ของรายงานที่จ้างทั้งหมดอีกด้วย”

เอสโตเนีย หลุดพ้นจากความจนด้วยโค้ดดิ้ง

เอสโตเนีย-ภาษาคอมพาพ้นจน

ประเทศเอสโตเนีย เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ว่าการเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ จะช่วยให้ประเทศชาติหลุดพ้นจากความจนได้

เอสโตเนีย เพิ่งจะได้รับเอกราช เมื่อปี 1989  หรือประมาณ  26 ปีที่แล้วเท่านั้นเอง จากเคยเป็นประเทศที่ยากจนที่สุด ประชาชนไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์ให้ใช้ ทั้งประเทศอยู่ใต้เส้นความยากจนมากกว่า 70% แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของทางรัฐบาล ร่วมกับ โทมัส เฮนดริก ไอฟส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ที่เล็งเห็นและมองการณ์ไกล ว่าภาษาคอมพิวเตอร์ จะมีความสำคัญอย่างมากในอนาคต และจะทำให้ประเทศชาติหลีกหนีความจนได้

ดังนั้นจึงเกิดเป็นนโยบาย TIIGRIHUPE โดยเริ่มขึ้นในปี 1996  เอสโตเนียเริ่มจัดให้มีการเรียนการสอน วิชาคอมพิวเตอร์และการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในโรงเรียนทุกแห่งของประเทศ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล และเริ่มต้นนำอินเตอร์เน็ตไฟเบอร์ใยแก้ว ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ในสมัยนั้น เข้ามาใช้ในประเทศ ให้คนในประเทศได้มีอินเตอร์เน็ตใช้กันแบบทั่วทุกพื้นที่ตารางนิ้วกันเลย

ไม่ถึง 10 ปี เอสโตเนียก็เปลี่ยนไป

และเพียงไม่ถึง 10 ปี หลังจากปฏิบัติการพยัคทะยาน ประเทศเอสโตเนียก็ได้ผลิตโปรแกรมเมอร์ออกมาในตลาดโลกมากมาย คุณอาจจะเคยยื่นโปรแกรม skype  ซึ่งนั่นก็เกิดจากฝีมือของชาวเอสโตเนีย ที่เป็นผลพลอยได้จากปฏิบัติการพยัคฆ์ทะยานนั้นเอง

ปัจจุบัน ประเทศเอสโตเนีย จัดอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว มีคุณภาพชีวิตที่ดี มี GDP สูงกว่า 15%  รายได้ส่วนใหญ่ มาจากสินค้าไฮเทค และสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยี เป็นประเทศที่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก ซึ่งต้องบอกว่า ทั้งหมดเกิดจากวิสัยทัศน์ และการบริหารของทางฝ่ายรัฐบาล ที่เล็งเห็นความสำคัญของการโค้ดดิ้ง และการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จนทำให้ประเทศชาติหลุดพ้นจากความยากจนได้ในเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 20 ปีเท่านั้น ปัจจุบัน เอสโตเนียได้ใช้ระบบ BlockChain มาใช้แทบจะเต็มรูปแบบ กล่าวคือบริการของรัฐทั้งหมดกว่า 90% จะอยู่ภายใต้ระบบออนไลน์ (อ่านต่อที่นี่) และเป็นชาติแรก ๆ ที่นำ Blockchain มาใช้ในโลก ซึ่งก็ถือเป็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนน่าจะเอาเป็นแบบอย่างเสียจริง ๆ

อ่านต่อ เรียนภาษาอังกฤษให้เก่ง หรือฝึกโค้ดดิ้งก่อนดีกว่ากัน (ตอนที่ 2)

 

 

 

เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มดีไหม

จะเรียนพิเศษภาษาอังกฤษดีไหม

เราทราบกันอยู่แล้ว ว่าวิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่มีความสำคัญสูง ยุคสมัยนี้ถ้าเราไม่เริ่มตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษ หรือไม่ยอมปรับทัศนคติต่อวิชาภาษาอังกฤษ เห็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษแล้วก็เลี่ยงแกล้งตาย เจอภาษาอังกฤษแล้วก็หลับ แบบนี้ย่อมไม่ดีแน่นอน

จากผลการทดสอบภาษาอังกฤษของครูสอนภาษาอังกฤษ ของกระทรวงศึกษาธิการ ในปีก่อนหน้า ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกโรงเรียนจะมีครูภาษาอังกฤษที่เก่ง สำหรับคนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนดังๆ ที่มีครูภาษาอังกฤษที่เก่ง หรือบางทีก็เป็นอาจารย์ต่างชาติเป็นผู้สอนด้วยตัวเองอยู่แล้ว เรื่องเรียนพิเศษอาจไม่ได้มีความจำเป็นมากนัก เพียงแค่กลับบ้านแล้วทบทวน หัดพูด หัดฟัง และอ่านภาษาอังกฤษให้บ่อย แค่นี้ก็เพียงพอ

แต่สำหรับคนที่โรงเรียนไม่ค่อยจะเน้นภาษาอังกฤษมากนัก วิธีแก้ไขคงมีไม่มากเท่าไหร่ ก็คือพยายามเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง กับอีกทางก็คือการไปโรงเรียนภาษาอังกฤษตามคอร์สสอนภาษาอังกฤษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรือไปเรียนด้วยตัวเองก็ตาม

เรียนพิเศษภาษาอังกฤษดีไหม?

ถ้าถามว่า ไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษดีไหม ก็คงต้องตอบว่าดีแน่นอน แต่ว่า บางครั้งชีวิตก็ไม่ได้มีทางเลือกอะไรมากมายขนาดนั้น เรายังมีปัจจัยอื่นๆที่ต้องพิจารณา ก่อนที่จะเลือกว่าเราจะไปเรียนภาษาอังกฤษตามคอร์สเรียนต่างๆที่มีราคาค่อนข้างสูงดีหรือเปล่า

1. สถานะการเงินสำคัญมาก

ในวัยนักเรียนที่เรายังไม่ได้หาเงินด้วยตัวเอง การพิจารณาถึงสถานะทางการเงินของทางบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องนำมาคิดด้วย แต่ไม่ใช่ว่า เราจะเดินตูมตูมไปหาพ่อแม่ แล้วถามไปตรงๆเลยว่า ถ้าจะขอเรียนพิเศษภาษาอังกฤษพอจะมีเงินไหม แน่นอนพ่อแม่ 100 คน ก็ต้องตอบว่ามีเงินแน่นอน คือถึงไม่มี ก็จะไปดิ้นรนมาจนมีให้ลูกเรียนจนได้

ดังนั้นแล้วก่อนที่จะเลือกไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ อย่างน้อยสิ่งแรกที่ควรจะดูก็คือ คอร์สที่เราจะไปเรียนนั้นแพงเกินไปหรือเปล่า แล้วได้ผลแค่ไหน ต้องตอบแบบอย่าเข้าข้างตัวเองนะ เพราะว่าบางคนเห็นเพื่อนเรียนก็อยากไปเรียนตามก็มีเยอะ

และในกรณีที่ดูแล้วว่าสถานะทางการเงินที่บ้านเราไม่ได้ดีเท่าที่ควร การเลือกเรียนภาษาอังกฤษตามคอร์สเรียนต่างๆที่มีราคาสูง ก็อาจจะไม่ใช่คำตอบ แต่ไม่ต้องห่วงว่าเราจะด้อยภาษาอังกฤษไปตลอดนะครับ วิธีเรียนภาษาอังกฤษแบบไม่ต้องเสียเงินสักบาท แถมเก่งกว่าคนไปเรียนก็มีเยอะไป เดี๋ยวไว้เราจะนำมาเล่าในตอนต่อ ๆ ไปให้ได้อ่านกันด้วย

2. ไปเรียนหรือไปเล่น

ในช่วงสมัยมัธยม เป็นช่วงที่สนุกที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ เนื่องจากไม่มีภาระให้ต้องคิดในเรื่องงานเรื่องเงิน สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ จะขาดเหลืออะไรก็ยังมีพ่อแม่คอยเจือจุนให้อยู่ เวลาไปเรียนพิเศษกันทีก็จะตามกันไปเป็นกลุ่ม เรียกว่าเพื่อนเรียนเราก็เรียน ถ้าถามว่ามันไม่ได้ประโยชน์หรือเปล่า ก็คงตอบว่า ไม่ใช่ จะมากจะน้อยการไปเรียนพิเศษก็ต้องได้ประโยชน์อย่างแน่นอน แต่ถ้าเราไม่ได้มีความรู้สึกอยากจะเรียนพิเศษ แค่ไปเรียนตามเพื่อน เพื่อที่จะได้มีเรื่องคุยกันในวันต่อไป หรือบางคนอาจจะยังไม่อยากกลับบ้านเร็ว ก็เลยใช้ข้ออ้างในการไปเรียนพิเศษ เพื่อที่จะได้เที่ยวเล่นกับเพื่อนจนเย็น แล้วค่อยกลับบ้าน

ต้องอย่าลืมนะว่า คอร์สเรียนพิเศษภาษาอังกฤษไม่ใช่ถูกๆ บางคอร์สเรียนถ้านับเป็นชั่วโมง อาจจะถึงชั่วโมงละ 2 ถึง 300 บาทกันเลย ถ้าเราไปเรียนแล้วไม่ตั้งใจ หรือไม่ได้ตั้งใจที่จะไปเรียนอยู่แล้ว เท่ากับว่าวันนั้นเราโยนเงินทิ้งไป 500 บาทเลยนะ แล้วก็ต้องอย่าลืมนะว่า เงินทั้งหมดนี้พ่อแม่หามาอย่างยากลำบาก บางทีท่านอาจจะต้องยอมตัดใจไม่ซื้อของที่อยากได้ ยอมประหยัดในเรื่องกิน เพื่อให้เงินเราได้มาเรียนพิเศษ ซึ่งถ้าเราไปเรียนแบบไม่ตั้งใจ หรือว่าโดดมากกว่าเรียน แบบนี้เราก็อย่าไปเรียนเสียดีกว่า จริงไหมครับ?

3. ถ้าไม่เรียนพิเศษแล้วจะโง่อังกฤษเลยไหม

ก่อนจะไปเรียนพิเศษ อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องถามตัวเองก็คือว่า ถ้าเราไม่ไปเรียนพิเศษ จะทำให้เราโง่ภาษาอังกฤษเลยหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือใช่ คุณก็มีหน้าที่หาคอร์สเรียนพิเศษที่ดีที่สุดในราคาที่เหมาะสมที่สุดกับสถานะทางการเงินของครอบครัว แล้วไปตั้งใจเรียนให้เต็มที่

แต่ถ้าคำตอบของคุณ คือที่โรงเรียนก็สอนพอได้อยู่แล้ว แล้วก็อยากประหยัดค่าเงินตรงนี้ไว้ ก็ต้องบอกเลยว่า เดี๋ยวนี้เค้าก็มีวิธีเรียนภาษาอังกฤษให้สำเร็จ แบบไม่ต้องเสียเงินสักบาท (หรือเสียก็เสียน้อย) มีข้อมูลแนะนำดี ๆ อยู่ทั่วอินเตอร์เน็ท เดี๋ยวไว้เราจะนำมาบอกต่อกันในวันต่อ ๆ ไปนะครับ