เปิดเทอม-ตั้งเป้าหมายใหม่กันดีกว่า

เปิดเทอมใหม่ มาตั้งเป้าหมายใหม่กันดีกว่า

ช่วงเวลาปิดเทอม ถึงแม้จะมีระยะเวลายาวนานเท่าไหร่ก็ตาม แต่ก็รู้สึกว่ามันผ่านไปเร็วอยู่เสมอ มาถึงวันเปิดภาคเรียนอีกครั้งแล้ว เชื่อว่าหลายๆคนก็คงเคยมีประสบการณ์ ที่วางแผนเสียดิบดีตอนปิดภาคเรียน ว่าเปิดเทอมนี้เราจะตั้งใจเรียน เปิดเทอมนี้จะทำเกรดให้ดี จะตั้งใจฟังครูสอน และมีคะแนนที่ดีขึ้น บางคนก็ถือโอกาสซื้อปากกาใหม่ ซื้อสมุดใหม่ แต่จนแล้วจนรอด เมื่อเปิดภาคเรียนไปแค่ไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวขี้เกียจก็วิ่งเข้ามาเกาะหลัง กลับกลายเป็นคนเดิมเหมือนก่อนอีกครั้ง

ไม่ใช่ว่าการตั้งเป้าหมายเป็นสิ่งไม่ดี อย่างน้อยก็ทำให้เราได้พยายามที่จะพัฒนาตัวเอง เราอาจจะขยันเรียนได้ 1 เดือน แต่ก็ยังเป็นหนึ่งเดือนที่มีค่ามากกว่าการไม่ขยันเรียน ดังนั้นเรามาตั้งเป้าหมายสำหรับเปิดภาคเรียนในเดือนตุลาคมนี้กันดีกว่า

1. ตั้งเป้าหมายระยะสั้นเอาไว้

เคยสงสัยไหมครับ ว่าทำไมเวลาเราเล่นเกมแล้วถึงได้สนุก เล่นต่อเนื่องไปได้เรื่อยๆ อยากจะเห็นฉากต่อไปไวๆ นั่นก็เพราะเกมมีการออกแบบให้ เริ่มต้นจากง่าย และมีด่านที่ไม่ยาวมากจนเกินไปนัก จึงทำให้คนเล่นไม่เบื่อ และอยากจะเห็นฉากต่อไปไวๆ

ในการเรียนก็เหมือนกัน ถ้าเรามุ่งเป้าหมายระยะยาวว่าจะอ่านให้จบเล่ม ส่วนมากแล้วก็จะท้อกลางคัน ดังนั้นลองตั้งเป้าหมายง่ายๆ เช่นจะอ่านให้จบ 1 บทภายใน 1 วัน และอย่างน้อย 1 สัปดาห์จะอ่านให้ได้ 1 บท ซึ่งก็เป็นเพียงเป้าหมายเล็กๆ แต่ถ้าเราค่อยๆเก็บสะสม ก็จะอ่านหนังสือได้จบเล่มโดยไม่เหนื่อย และยังสนุกกับหนังสือเล่มนั้นได้ไปจนจบ

2. ตัวช่วยในการเรียนและทำงานให้ได้ผล

เคยได้ยินคำว่า Pomorodo ไหมครับ โดยวิธีการคิดแบบ Pomorodo ก็คือการแบ่งงานเป็นงานย่อย โดยส่วนมากจะใช้เวลาใน 1 Pomorodo  เท่ากับ 25 นาที ซึ่งใน 25 นาทีนั้น ให้เราโฟกัสกับงานที่จะต้องทำเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องสนใจสิ่งรอบข้างรวมถึง ไม่ตอบทั้ง line และ facebook  เรียกว่าตัดขาดจากโลกทุกอย่าง แล้วอยู่กับสิ่งที่จะต้องทำใน 25 นาทีนั้นๆ และเมื่อผ่าน 25 นาทีไป ขอให้มีช่วงเวลาพักเล็กๆ 5 นาที แล้วค่อยกลับมาเริ่มโฟกัสใหม่ 25 นาที

Pomorodo เริ่มได้รับความนิยมอีกครั้งในยุคนี้ โดยมีการพิสูจน์แล้วว่าเป็นวิธีการที่จะทำให้การเรียนและการทำงาน มีประสิทธิภาพมากกว่าการที่จะนั่งจดจ่ออยู่ที่เดียว 2-3 ชั่วโมง

บางคนอาจจะสงสัยว่า แบบนี้เราไม่เสียเวลาเปล่าหรอ แต่จริงๆก็ต้องบอกได้เลยว่า การพักเพียงแค่ 10 นาทีต่อ 1 ชั่วโมงนั้น ช่วยให้สมองได้รีสตาร์ทใหม่ เมื่อสมองดีก็จะสามารถทำให้งานที่ทำในเวลาแค่ 25 นาที ได้รับประโยชน์มากกว่าการนั่งทำยาวๆซะอีก

3. พยายามอย่าดองงาน

การบ้านก็เหมือนยาขม แค่เห็นก็ไม่อยากจะทำแล้ว หลายคนมองว่าการบ้านต้องใช้เวลาทำเยอะ บางคนอาจจะมีเวลาว่างแค่เพียง 30 นาที ก็เลยคิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะทำ แต่จริงๆแล้วรู้ไหมว่า ถ้าเราลองใช้หลักการของ Pomorodo มาลองจับเวลาในการทำการบ้านแต่ละครั้งดู ก็จะพบว่า เราใช้เวลาในการทำการบ้านเพียงแค่ 1-2 Pomorodo  เท่านั้น ดังนั้นแล้วเราอาจจะเริ่มทำงานในช่วงแรกไปก่อน จากนั้นเมื่อมีเวลาว่างก็เริ่มทำในส่วนที่ 2  แค่เพียงเท่านี้การบ้านก็จะเสร็จโดยง่าย

4. คบเพื่อนดีก็มีประโยชน์

ในช่วงที่เป็นนักเรียนหรือนักศึกษานั้น การคบเพื่อนเที่ยว หรือที่เพื่อนชอบสังสรรค์ อาจจะดูสนุกกว่าที่จะคบเพื่อนที่ตั้งใจเรียน แต่เชื่อเถอะว่า การคบเพื่อนที่ตั้งใจเรียนไว้บ้าง จะช่วยดึงและสร้างแรงบันดาลใจในการตั้งใจเรียนให้กับเราไปด้วย อีกทั้งเวลาเราป่วยหรือไม่สบาย และจำเป็นต้องลาป่วย หรือลาหยุดไปธุระ อย่างน้อยเพื่อนคนนั้นก็จะช่วยให้เราเรียนตามทันเพื่อนได้แบบไม่ต้องกังวล

ปล. ใครสนใจเรื่อง Pomorodo ลองอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Medium.com

ภาษาอังกฤษ