เรียนภาษาอังกฤษต่างประเทศ

ไปเรียนภาษาต่างประเทศยังไงให้ได้ภาษากลับมาจริงๆ

เชื่อว่าหลายคน อาจจะมีเป้าหมายว่า อยากจะไปเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนระหว่างปิดภาคเรียน หรือว่าจะเป็นการไปเรียนและอาศัยแบบระยะยาวกันไปเลย ซึ่งสิ่งสำคัญที่ควรจะนำมาคิด ก่อนที่จะไปเรียนที่ต่างประเทศ ก็คือว่าจะทำยังไง ให้ได้ประโยชน์ จากการไปเรียนภาษา ที่ต่างประเทศมากที่สุด ให้คุ้มกับค่าเงินที่ต้องเสียไปเป็นจำนวนมาก

1. เลือกเดินทางคนเดียวดีที่สุด

ถ้ามีเป้าหมายแล้วก็ต้องไปสุด เวลาที่เราจะเดินทางไปที่ต่างประเทศ และมีความมุ่งมั่นที่จะไปฝึกภาษา และนำภาษาอังกฤษกลับมาพัฒนาตัวเอง สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญก็คือ การเลือกเดินทางไปคนเดียว หลายคนที่ไปเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประเทศ ได้ผลไม่ดีเท่าที่ควรนัก ก็เพราะว่าเลือกที่จะไปกับเพื่อน ที่เป็นคนไทยด้วยกัน ทำให้มีโอกาสในการพูดภาษาอังกฤษน้อย จะว่าไปก็เหมือนไปท่องเที่ยว เสียมากกว่า ในการไปเรียนภาษาอังกฤษแบบไม่มีเพื่อนไปนั้น จะช่วยให้ทักษะภาษาอังกฤษพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว เพราะคุณจะต้องเจอปัญหา และต้องแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ต้องพยายามที่จะติดต่อสื่อสารกับชาวต่างชาติด้วยภาษาอังกฤษ นั่นจึงทำให้การเลือกเดินทางเพียงคนเดียว เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ในการไปเรียนภาษาอังกฤษต่างประเทศ

2. หาเพื่อนชาวต่างชาติ

สร้างเพื่อน-เพื่อการเรียนภาษาอังกฤษที่ดี

ในกรณีที่คุณจำเป็นต้องไปกับเพื่อนคนไทยด้วยกัน ให้คุณลองพยายามที่จะหาเพื่อนที่เป็นชาวต่างชาติ ทำความรู้จักและสนิทสนมให้ได้ เพราะว่าจะทำให้คุณได้ใช้ทักษะภาษาอังกฤษทุกวัน ได้ฝึกพูด ฝึกฟัง และเพื่อนของคุณก็จะช่วยปรับคำที่คุณยังออกเสียงผิด รวมถึง ยังทำให้ได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่มักจะใช้กันในชีวิตประจำวัน ซึ่งคุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้

3. หางาน Part Time ทำ

แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในการไปเรียนที่ต่างประเทศค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ดังนั้นในการที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ ก็คือการออกไปหางาน Part Time ทำ ซึ่งเดี๋ยวนี้ ตามร้านหรือมินิมาร์ทต่างๆ ก็เปิดรับให้ชาวต่างชาติได้ทำงานพาร์ทไทม์กันมากขึ้น ข้อดีของการไปทำงานพิเศษ เพื่อที่จะทำให้คุณได้ติดต่อสื่อสารภาษาอังกฤษ เป็นการฝึกพูดภาษาอังกฤษ ที่ได้รายได้กับมาด้วย

4. อย่าอยู่คนเดียว

มีโอกาสไปเรียนที่ต่างประเทศทั้งที ก็ต้องใช้ชีวิตให้มันคุ้มหน่อย จะมามัวกระจุกอยู่ในห้องเงียบๆ และนั่งอ่านหนังสือไปวันๆ ก็คงไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่จริงไหมล่ะครับ ลองเปลี่ยนตัวเองออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนฝูงบ้าง ได้รู้จักผู้คน นอกจากนี้ยังทำให้คุณได้ใช้ภาษาอังกฤษ ได้หัดฟังสำเนียง โดยเฉพาะ ในโรงเรียนที่มีเพื่อนชาวต่างชาติที่มาจากหลากหลายภาษา หลากหลายพื้นที่ คุณก็จะได้รับฟังสำเนียงอังกฤษจากคนหลายๆชาติ ก็เป็นการฝึกทักษะการฟังได้เป็นอย่างดีด้วย

5. อย่าลืมความมุ่งมั่น

ในการใช้ชีวิตที่ต่างประเทศด้วยตัวคนเดียว อาจจะมีทั้งเหงา อย่าท้อแท้ จนทำให้คุณอยากกลับบ้านก็เป็นได้ ถ้าถึงวันนั้น ให้ลองนึกถึง ความมุ่งมั่นของตัวคุณเอง ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกไปเรียนต่างประเทศ แล้วพยายามไปต่อให้สุด ซึ่งต้องบอกเลยว่า ถ้าคุณได้ภาษาอังกฤษกับมาอย่างที่คุณตั้งใจจริงๆ เมื่อกลับมาไทยแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องลำบากเลย ดังนั้นแล้ว ก็ต้องพยายามนึกว่าความตั้งใจ และเป้าหมายกันไว้ด้วยนะครับ

 

เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มดีไหม

จะเรียนพิเศษภาษาอังกฤษดีไหม

เราทราบกันอยู่แล้ว ว่าวิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่มีความสำคัญสูง ยุคสมัยนี้ถ้าเราไม่เริ่มตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษ หรือไม่ยอมปรับทัศนคติต่อวิชาภาษาอังกฤษ เห็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษแล้วก็เลี่ยงแกล้งตาย เจอภาษาอังกฤษแล้วก็หลับ แบบนี้ย่อมไม่ดีแน่นอน

จากผลการทดสอบภาษาอังกฤษของครูสอนภาษาอังกฤษ ของกระทรวงศึกษาธิการ ในปีก่อนหน้า ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกโรงเรียนจะมีครูภาษาอังกฤษที่เก่ง สำหรับคนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนดังๆ ที่มีครูภาษาอังกฤษที่เก่ง หรือบางทีก็เป็นอาจารย์ต่างชาติเป็นผู้สอนด้วยตัวเองอยู่แล้ว เรื่องเรียนพิเศษอาจไม่ได้มีความจำเป็นมากนัก เพียงแค่กลับบ้านแล้วทบทวน หัดพูด หัดฟัง และอ่านภาษาอังกฤษให้บ่อย แค่นี้ก็เพียงพอ

แต่สำหรับคนที่โรงเรียนไม่ค่อยจะเน้นภาษาอังกฤษมากนัก วิธีแก้ไขคงมีไม่มากเท่าไหร่ ก็คือพยายามเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง กับอีกทางก็คือการไปโรงเรียนภาษาอังกฤษตามคอร์สสอนภาษาอังกฤษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรือไปเรียนด้วยตัวเองก็ตาม

เรียนพิเศษภาษาอังกฤษดีไหม?

ถ้าถามว่า ไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษดีไหม ก็คงต้องตอบว่าดีแน่นอน แต่ว่า บางครั้งชีวิตก็ไม่ได้มีทางเลือกอะไรมากมายขนาดนั้น เรายังมีปัจจัยอื่นๆที่ต้องพิจารณา ก่อนที่จะเลือกว่าเราจะไปเรียนภาษาอังกฤษตามคอร์สเรียนต่างๆที่มีราคาค่อนข้างสูงดีหรือเปล่า

1. สถานะการเงินสำคัญมาก

ในวัยนักเรียนที่เรายังไม่ได้หาเงินด้วยตัวเอง การพิจารณาถึงสถานะทางการเงินของทางบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องนำมาคิดด้วย แต่ไม่ใช่ว่า เราจะเดินตูมตูมไปหาพ่อแม่ แล้วถามไปตรงๆเลยว่า ถ้าจะขอเรียนพิเศษภาษาอังกฤษพอจะมีเงินไหม แน่นอนพ่อแม่ 100 คน ก็ต้องตอบว่ามีเงินแน่นอน คือถึงไม่มี ก็จะไปดิ้นรนมาจนมีให้ลูกเรียนจนได้

ดังนั้นแล้วก่อนที่จะเลือกไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ อย่างน้อยสิ่งแรกที่ควรจะดูก็คือ คอร์สที่เราจะไปเรียนนั้นแพงเกินไปหรือเปล่า แล้วได้ผลแค่ไหน ต้องตอบแบบอย่าเข้าข้างตัวเองนะ เพราะว่าบางคนเห็นเพื่อนเรียนก็อยากไปเรียนตามก็มีเยอะ

และในกรณีที่ดูแล้วว่าสถานะทางการเงินที่บ้านเราไม่ได้ดีเท่าที่ควร การเลือกเรียนภาษาอังกฤษตามคอร์สเรียนต่างๆที่มีราคาสูง ก็อาจจะไม่ใช่คำตอบ แต่ไม่ต้องห่วงว่าเราจะด้อยภาษาอังกฤษไปตลอดนะครับ วิธีเรียนภาษาอังกฤษแบบไม่ต้องเสียเงินสักบาท แถมเก่งกว่าคนไปเรียนก็มีเยอะไป เดี๋ยวไว้เราจะนำมาเล่าในตอนต่อ ๆ ไปให้ได้อ่านกันด้วย

2. ไปเรียนหรือไปเล่น

ในช่วงสมัยมัธยม เป็นช่วงที่สนุกที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ เนื่องจากไม่มีภาระให้ต้องคิดในเรื่องงานเรื่องเงิน สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ จะขาดเหลืออะไรก็ยังมีพ่อแม่คอยเจือจุนให้อยู่ เวลาไปเรียนพิเศษกันทีก็จะตามกันไปเป็นกลุ่ม เรียกว่าเพื่อนเรียนเราก็เรียน ถ้าถามว่ามันไม่ได้ประโยชน์หรือเปล่า ก็คงตอบว่า ไม่ใช่ จะมากจะน้อยการไปเรียนพิเศษก็ต้องได้ประโยชน์อย่างแน่นอน แต่ถ้าเราไม่ได้มีความรู้สึกอยากจะเรียนพิเศษ แค่ไปเรียนตามเพื่อน เพื่อที่จะได้มีเรื่องคุยกันในวันต่อไป หรือบางคนอาจจะยังไม่อยากกลับบ้านเร็ว ก็เลยใช้ข้ออ้างในการไปเรียนพิเศษ เพื่อที่จะได้เที่ยวเล่นกับเพื่อนจนเย็น แล้วค่อยกลับบ้าน

ต้องอย่าลืมนะว่า คอร์สเรียนพิเศษภาษาอังกฤษไม่ใช่ถูกๆ บางคอร์สเรียนถ้านับเป็นชั่วโมง อาจจะถึงชั่วโมงละ 2 ถึง 300 บาทกันเลย ถ้าเราไปเรียนแล้วไม่ตั้งใจ หรือไม่ได้ตั้งใจที่จะไปเรียนอยู่แล้ว เท่ากับว่าวันนั้นเราโยนเงินทิ้งไป 500 บาทเลยนะ แล้วก็ต้องอย่าลืมนะว่า เงินทั้งหมดนี้พ่อแม่หามาอย่างยากลำบาก บางทีท่านอาจจะต้องยอมตัดใจไม่ซื้อของที่อยากได้ ยอมประหยัดในเรื่องกิน เพื่อให้เงินเราได้มาเรียนพิเศษ ซึ่งถ้าเราไปเรียนแบบไม่ตั้งใจ หรือว่าโดดมากกว่าเรียน แบบนี้เราก็อย่าไปเรียนเสียดีกว่า จริงไหมครับ?

3. ถ้าไม่เรียนพิเศษแล้วจะโง่อังกฤษเลยไหม

ก่อนจะไปเรียนพิเศษ อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องถามตัวเองก็คือว่า ถ้าเราไม่ไปเรียนพิเศษ จะทำให้เราโง่ภาษาอังกฤษเลยหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือใช่ คุณก็มีหน้าที่หาคอร์สเรียนพิเศษที่ดีที่สุดในราคาที่เหมาะสมที่สุดกับสถานะทางการเงินของครอบครัว แล้วไปตั้งใจเรียนให้เต็มที่

แต่ถ้าคำตอบของคุณ คือที่โรงเรียนก็สอนพอได้อยู่แล้ว แล้วก็อยากประหยัดค่าเงินตรงนี้ไว้ ก็ต้องบอกเลยว่า เดี๋ยวนี้เค้าก็มีวิธีเรียนภาษาอังกฤษให้สำเร็จ แบบไม่ต้องเสียเงินสักบาท (หรือเสียก็เสียน้อย) มีข้อมูลแนะนำดี ๆ อยู่ทั่วอินเตอร์เน็ท เดี๋ยวไว้เราจะนำมาบอกต่อกันในวันต่อ ๆ ไปนะครับ

 

เปิดเทอม-ตั้งเป้าหมายใหม่กันดีกว่า

เปิดเทอมใหม่ มาตั้งเป้าหมายใหม่กันดีกว่า

ช่วงเวลาปิดเทอม ถึงแม้จะมีระยะเวลายาวนานเท่าไหร่ก็ตาม แต่ก็รู้สึกว่ามันผ่านไปเร็วอยู่เสมอ มาถึงวันเปิดภาคเรียนอีกครั้งแล้ว เชื่อว่าหลายๆคนก็คงเคยมีประสบการณ์ ที่วางแผนเสียดิบดีตอนปิดภาคเรียน ว่าเปิดเทอมนี้เราจะตั้งใจเรียน เปิดเทอมนี้จะทำเกรดให้ดี จะตั้งใจฟังครูสอน และมีคะแนนที่ดีขึ้น บางคนก็ถือโอกาสซื้อปากกาใหม่ ซื้อสมุดใหม่ แต่จนแล้วจนรอด เมื่อเปิดภาคเรียนไปแค่ไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัวขี้เกียจก็วิ่งเข้ามาเกาะหลัง กลับกลายเป็นคนเดิมเหมือนก่อนอีกครั้ง

ไม่ใช่ว่าการตั้งเป้าหมายเป็นสิ่งไม่ดี อย่างน้อยก็ทำให้เราได้พยายามที่จะพัฒนาตัวเอง เราอาจจะขยันเรียนได้ 1 เดือน แต่ก็ยังเป็นหนึ่งเดือนที่มีค่ามากกว่าการไม่ขยันเรียน ดังนั้นเรามาตั้งเป้าหมายสำหรับเปิดภาคเรียนในเดือนตุลาคมนี้กันดีกว่า

1. ตั้งเป้าหมายระยะสั้นเอาไว้

เคยสงสัยไหมครับ ว่าทำไมเวลาเราเล่นเกมแล้วถึงได้สนุก เล่นต่อเนื่องไปได้เรื่อยๆ อยากจะเห็นฉากต่อไปไวๆ นั่นก็เพราะเกมมีการออกแบบให้ เริ่มต้นจากง่าย และมีด่านที่ไม่ยาวมากจนเกินไปนัก จึงทำให้คนเล่นไม่เบื่อ และอยากจะเห็นฉากต่อไปไวๆ

ในการเรียนก็เหมือนกัน ถ้าเรามุ่งเป้าหมายระยะยาวว่าจะอ่านให้จบเล่ม ส่วนมากแล้วก็จะท้อกลางคัน ดังนั้นลองตั้งเป้าหมายง่ายๆ เช่นจะอ่านให้จบ 1 บทภายใน 1 วัน และอย่างน้อย 1 สัปดาห์จะอ่านให้ได้ 1 บท ซึ่งก็เป็นเพียงเป้าหมายเล็กๆ แต่ถ้าเราค่อยๆเก็บสะสม ก็จะอ่านหนังสือได้จบเล่มโดยไม่เหนื่อย และยังสนุกกับหนังสือเล่มนั้นได้ไปจนจบ

2. ตัวช่วยในการเรียนและทำงานให้ได้ผล

เคยได้ยินคำว่า Pomorodo ไหมครับ โดยวิธีการคิดแบบ Pomorodo ก็คือการแบ่งงานเป็นงานย่อย โดยส่วนมากจะใช้เวลาใน 1 Pomorodo  เท่ากับ 25 นาที ซึ่งใน 25 นาทีนั้น ให้เราโฟกัสกับงานที่จะต้องทำเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องสนใจสิ่งรอบข้างรวมถึง ไม่ตอบทั้ง line และ facebook  เรียกว่าตัดขาดจากโลกทุกอย่าง แล้วอยู่กับสิ่งที่จะต้องทำใน 25 นาทีนั้นๆ และเมื่อผ่าน 25 นาทีไป ขอให้มีช่วงเวลาพักเล็กๆ 5 นาที แล้วค่อยกลับมาเริ่มโฟกัสใหม่ 25 นาที

Pomorodo เริ่มได้รับความนิยมอีกครั้งในยุคนี้ โดยมีการพิสูจน์แล้วว่าเป็นวิธีการที่จะทำให้การเรียนและการทำงาน มีประสิทธิภาพมากกว่าการที่จะนั่งจดจ่ออยู่ที่เดียว 2-3 ชั่วโมง

บางคนอาจจะสงสัยว่า แบบนี้เราไม่เสียเวลาเปล่าหรอ แต่จริงๆก็ต้องบอกได้เลยว่า การพักเพียงแค่ 10 นาทีต่อ 1 ชั่วโมงนั้น ช่วยให้สมองได้รีสตาร์ทใหม่ เมื่อสมองดีก็จะสามารถทำให้งานที่ทำในเวลาแค่ 25 นาที ได้รับประโยชน์มากกว่าการนั่งทำยาวๆซะอีก

3. พยายามอย่าดองงาน

การบ้านก็เหมือนยาขม แค่เห็นก็ไม่อยากจะทำแล้ว หลายคนมองว่าการบ้านต้องใช้เวลาทำเยอะ บางคนอาจจะมีเวลาว่างแค่เพียง 30 นาที ก็เลยคิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะทำ แต่จริงๆแล้วรู้ไหมว่า ถ้าเราลองใช้หลักการของ Pomorodo มาลองจับเวลาในการทำการบ้านแต่ละครั้งดู ก็จะพบว่า เราใช้เวลาในการทำการบ้านเพียงแค่ 1-2 Pomorodo  เท่านั้น ดังนั้นแล้วเราอาจจะเริ่มทำงานในช่วงแรกไปก่อน จากนั้นเมื่อมีเวลาว่างก็เริ่มทำในส่วนที่ 2  แค่เพียงเท่านี้การบ้านก็จะเสร็จโดยง่าย

4. คบเพื่อนดีก็มีประโยชน์

ในช่วงที่เป็นนักเรียนหรือนักศึกษานั้น การคบเพื่อนเที่ยว หรือที่เพื่อนชอบสังสรรค์ อาจจะดูสนุกกว่าที่จะคบเพื่อนที่ตั้งใจเรียน แต่เชื่อเถอะว่า การคบเพื่อนที่ตั้งใจเรียนไว้บ้าง จะช่วยดึงและสร้างแรงบันดาลใจในการตั้งใจเรียนให้กับเราไปด้วย อีกทั้งเวลาเราป่วยหรือไม่สบาย และจำเป็นต้องลาป่วย หรือลาหยุดไปธุระ อย่างน้อยเพื่อนคนนั้นก็จะช่วยให้เราเรียนตามทันเพื่อนได้แบบไม่ต้องกังวล

ปล. ใครสนใจเรื่อง Pomorodo ลองอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Medium.com

ภาษาอังกฤษ